สวัสดีครับ

ใจจริงอยากจะเขียนในช่วงระยะกลางๆค่ายสัก Entry หนึ่ง

แต่ทว่าหลายสิ่งหลายอย่างกับวุ่นวายเสียเหลือเกิน

จนกระทั่งจบการสอบครั้งที่สอง

จนกระทั่งจบค่ายแล้ว

ก็ยังคงไม่ได้เขียนอยู่ดี

 

จาก Entry ที่แล้ว

คราวนี้จะขอพูดเกี่ยวกับบรรยากาศของค่ายบ้าง

ในช่วงระยะแรก มันกดดันมากๆ (จริงๆนะ)

สภาพของค่ายไม่เป็นอย่างที่ได้ยินมาแม้แต่นิดเดียว

(ดอทเอ เคาท์เตอร์ หายหมด.... เหลือแต่เสียงแกร๊กๆของ Keyboard กับโปรแกรมมิ่ง...)

บรรยากาศกดดันเพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้น

จนกระทั่งมันเลยขอบเขตบน แล้วอยู่ดี ๆก็พลิกกลายมาเป็นเริ่มจากขอบเขตล่าง..

นั่นคือ รั่วกับรั่วแล้วก็รั่ว

(แล้วเหมือนว่าจะรั่วเกินไปเสียด้วยสิ... - -)

 

วันนี้ผ่านการสอบครั้งสุดท้ายแล้ว

ถือเป็นการสิ้นสุดค่ายอย่างไม่เป็นทางการ

จริงๆแล้ว เหลือพรุ่งนี้อีกวันหนึ่ง

แต่ด้วยการต้องไปสอบหมอตามเงินที่ลงไปแล้ว.. เลยทำให้พลาดโอกาสไปเที่ยว T^T

(แต่การไปดูรถไฟฟ้ากับผู้ชายยี่สิบกว่าคนมันก็...? )

อาทิตย์สุดท้ายเป็นช่วงที่กล่าวได้ว่าเฮฮาอย่างหาที่สุดมิได้

 

เริ่มจากปาร์ตี้มาม่ายามข้ามคืน

ของกิน ขนม บลาๆๆ

(น้ำหนักเริ่มขึ้น...)

 

 

ช่วงนี้จะรั่วมากๆและฮากันสุดๆ

โดยเฉพาะห้อง 1503 (ห้องผม - เด็กสวนอีกสองคนกับอีกคนจากขอนแก่น)

และ 1502 (ห้องเด็กเตรียมกับกรุงเทพคริสเตียน..)

 

 นอกจากนี้เรายังมีรายการทีวีรอบดึก

เริ่มตั้งแต่เพลงป๊อป ร๊อค จนกระทั่งลูกทุ่ง...

แถมมี E(ducation) TV ด้วย... แต่เปิดดูทีไรเหมือนมีคนกล่อมให้กับห้องนอน

(ภาษาอังกฤษพาเพลิดเพลิน...(ง่วง) )

 

ในวันพฤหัสอาจารย์พาเด็กๆไปบุกถล่มชาบูชิสาขาเมเจอร์เอกมัย..

กวาดกันเกลี้ยงสายพานกันทีเดียว

 

แต่ก่อนสอบก็กลับมาจมกองหนังสือ....

 (แต่เราเห็นตั๋วรถไฟฟ้าแวบๆ : )  กับแขนของใครไม่รู้ แล้วก็เปปทีนความถนัดแพทย์)

 

การได้มาอยู่ที่นี่ทำให้รู้สึกตัวอะไรอีกอย่างหนึ่ง

นั่นคือเป็นคนชอบบรรยากาศกลางเมืองมากถึงมากที่สุด...

การได้ยืนอยู่บนหอพักที่เงียบ ชมสภาพของเมืองที่วุ่นวาย

เพ้อฝันไปถึงสิ่งต่างๆ

มันให้ความรู้สึกที่ดีจริงๆ

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงชอบบรรยากาศแบบนี้ ....

 

และในค่ำคืนก่อนสอบนั่นเอง

พระจันทร์ก็ส่งลางร้ายมาสู่ผม...

 

 

เป็นพระจันทร์ที่สวยมากครับ

แต่มันก็ออกแนวน่ากลัวมากเหมือนกัน

ก้อนเมฆที่สะท้อนแสงจางๆออกมา

เหมือนดั่งภาพวาดสีน้ำที่ถูกแต่งแต้มอยู่ท่ามกลางความมืด

สะท้อนเอาจิตใจที่หม่นมัวของผู้พบชมออกมาสู่โลกภายนอก

ตอนนี้เราหม่นมัวขนาดนั้นเลยไหมนะ

หม่นมัวจนไม่สามารถบอกได้

ว่ามันเป็นแสงสว่าง

หรือความน่ากลัวกันแน่.....

 

จากตอนนั้นถึงจบค่ายก็ยังยืนยันคำเดิม

ว่าไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายนัก

และดูเหมือนว่าผมอาจจะต้องกลับบ้านมือเปล่าจริงๆเสียด้วย

แต่ถึงมือจะเปล่า

แต่มันก็เต็มไปด้วยประสบการณ์ที่ดี

ดีจริงๆนะ

ถ้าใครที่ชอบบรรยากาศการเรียนที่เรียนจริงๆ

ก็อยากให้ลองได้มาสัมผัสกับค่ายแบบนี้

(แต่แน่นอนว่าต้องผ่านด่านสอวนมาก่อน.. )

 ใจจริงตอนนี้เราไม่ได้อยากกลับบ้านแม้แต่นิด

แต่พรุ่งนี้ต้องไปสอบความถนัดแพทย์... และตรงกลับบ้าน

 

ที่นี่มันก็ดีในแบบของมันเอง

และแน่นอนว่า.... ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังลงตัว

และ

มันกำลังจะเลือนหายไป.....

 

ท้ายสุดและสุดท้าย คือ สสวท

สมาคมสาวแว่นแห่งประเทศไทย

เราชักสงสัยขึ้นมาจริงๆแล้วว่า

จริงๆแล้วประโยคนี้มาจากคนที่เคยเข้าค่ายนี้จริงๆหรือเปล่านะ

เพราะที่นี่

คุณจะพบกับสาวแว่นเด็กเรียนอยู่มากมาย

เก่ง สวย ฉลาด..

จนบางทีก็ทำเอาหลงใหลได้ง่ายๆเหมือนกัน..... : )

(ออกไปตะโกนหน้าห้อง สาวแว่นสุดยอด...)

(ไม่ใช่ละ)

 

งานเลี้ยงทุกอย่างย่อมมีวันเลิกรา

แม้ว่าตอนงานเลี้ยงเริ่ม

คุณจะเผลอทำแก้วแตก

ทำเค้กล้ม

หรืออะไรก็แล้วแต่...

แต่สุดท้ายงานนี้ก็สนุกมากจริงๆ

สนุกมากจน... ไม่อยากให้มันจบ..

 : )

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ค่ายสนุกมากจริงๆ แหละ confused smile เครียดมากด้วย
พระจันทร์คืนนั้น เรียกว่าน่ากลัวนะ sad smile
:)

#1 By xViStA on 2009-10-31 18:32