ค่าย สสวท คอม [2] เริ่มต้นด้วยร้าย ลงท้ายด้วยรัก : )
posted on 31 Oct 2009 00:21 by samtaสวัสดีครับ
ใจจริงอยากจะเขียนในช่วงระยะกลางๆค่ายสัก Entry หนึ่ง
แต่ทว่าหลายสิ่งหลายอย่างกับวุ่นวายเสียเหลือเกิน
จนกระทั่งจบการสอบครั้งที่สอง
จนกระทั่งจบค่ายแล้ว
ก็ยังคงไม่ได้เขียนอยู่ดี
จาก Entry ที่แล้ว
คราวนี้จะขอพูดเกี่ยวกับบรรยากาศของค่ายบ้าง
ในช่วงระยะแรก มันกดดันมากๆ (จริงๆนะ)
สภาพของค่ายไม่เป็นอย่างที่ได้ยินมาแม้แต่นิดเดียว
(ดอทเอ เคาท์เตอร์ หายหมด.... เหลือแต่เสียงแกร๊กๆของ Keyboard กับโปรแกรมมิ่ง...)
บรรยากาศกดดันเพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้น
จนกระทั่งมันเลยขอบเขตบน แล้วอยู่ดี ๆก็พลิกกลายมาเป็นเริ่มจากขอบเขตล่าง..
นั่นคือ รั่วกับรั่วแล้วก็รั่ว
(แล้วเหมือนว่าจะรั่วเกินไปเสียด้วยสิ... - -)
วันนี้ผ่านการสอบครั้งสุดท้ายแล้ว
ถือเป็นการสิ้นสุดค่ายอย่างไม่เป็นทางการ
จริงๆแล้ว เหลือพรุ่งนี้อีกวันหนึ่ง
แต่ด้วยการต้องไปสอบหมอตามเงินที่ลงไปแล้ว.. เลยทำให้พลาดโอกาสไปเที่ยว T^T
(แต่การไปดูรถไฟฟ้ากับผู้ชายยี่สิบกว่าคนมันก็...? )
อาทิตย์สุดท้ายเป็นช่วงที่กล่าวได้ว่าเฮฮาอย่างหาที่สุดมิได้
เริ่มจากปาร์ตี้มาม่ายามข้ามคืน
ของกิน ขนม บลาๆๆ
(น้ำหนักเริ่มขึ้น...)
ช่วงนี้จะรั่วมากๆและฮากันสุดๆ
โดยเฉพาะห้อง 1503 (ห้องผม - เด็กสวนอีกสองคนกับอีกคนจากขอนแก่น)
และ 1502 (ห้องเด็กเตรียมกับกรุงเทพคริสเตียน..)
นอกจากนี้เรายังมีรายการทีวีรอบดึก
เริ่มตั้งแต่เพลงป๊อป ร๊อค จนกระทั่งลูกทุ่ง...
แถมมี E(ducation) TV ด้วย... แต่เปิดดูทีไรเหมือนมีคนกล่อมให้กับห้องนอน
(ภาษาอังกฤษพาเพลิดเพลิน...(ง่วง) )
ในวันพฤหัสอาจารย์พาเด็กๆไปบุกถล่มชาบูชิสาขาเมเจอร์เอกมัย..
กวาดกันเกลี้ยงสายพานกันทีเดียว
แต่ก่อนสอบก็กลับมาจมกองหนังสือ....
(แต่เราเห็นตั๋วรถไฟฟ้าแวบๆ : ) กับแขนของใครไม่รู้ แล้วก็เปปทีนความถนัดแพทย์)
การได้มาอยู่ที่นี่ทำให้รู้สึกตัวอะไรอีกอย่างหนึ่ง
นั่นคือเป็นคนชอบบรรยากาศกลางเมืองมากถึงมากที่สุด...
การได้ยืนอยู่บนหอพักที่เงียบ ชมสภาพของเมืองที่วุ่นวาย
เพ้อฝันไปถึงสิ่งต่างๆ
มันให้ความรู้สึกที่ดีจริงๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงชอบบรรยากาศแบบนี้ ....
และในค่ำคืนก่อนสอบนั่นเอง
พระจันทร์ก็ส่งลางร้ายมาสู่ผม...
เป็นพระจันทร์ที่สวยมากครับ
แต่มันก็ออกแนวน่ากลัวมากเหมือนกัน
ก้อนเมฆที่สะท้อนแสงจางๆออกมา
เหมือนดั่งภาพวาดสีน้ำที่ถูกแต่งแต้มอยู่ท่ามกลางความมืด
สะท้อนเอาจิตใจที่หม่นมัวของผู้พบชมออกมาสู่โลกภายนอก
ตอนนี้เราหม่นมัวขนาดนั้นเลยไหมนะ
หม่นมัวจนไม่สามารถบอกได้
ว่ามันเป็นแสงสว่าง
หรือความน่ากลัวกันแน่.....
จากตอนนั้นถึงจบค่ายก็ยังยืนยันคำเดิม
ว่าไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายนัก
และดูเหมือนว่าผมอาจจะต้องกลับบ้านมือเปล่าจริงๆเสียด้วย
แต่ถึงมือจะเปล่า
แต่มันก็เต็มไปด้วยประสบการณ์ที่ดี
ดีจริงๆนะ
ถ้าใครที่ชอบบรรยากาศการเรียนที่เรียนจริงๆ
ก็อยากให้ลองได้มาสัมผัสกับค่ายแบบนี้
(แต่แน่นอนว่าต้องผ่านด่านสอวนมาก่อน.. )
ใจจริงตอนนี้เราไม่ได้อยากกลับบ้านแม้แต่นิด
แต่พรุ่งนี้ต้องไปสอบความถนัดแพทย์... และตรงกลับบ้าน
ที่นี่มันก็ดีในแบบของมันเอง
และแน่นอนว่า.... ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังลงตัว
และ
มันกำลังจะเลือนหายไป.....
ท้ายสุดและสุดท้าย คือ สสวท
สมาคมสาวแว่นแห่งประเทศไทย
เราชักสงสัยขึ้นมาจริงๆแล้วว่า
จริงๆแล้วประโยคนี้มาจากคนที่เคยเข้าค่ายนี้จริงๆหรือเปล่านะ
เพราะที่นี่
คุณจะพบกับสาวแว่นเด็กเรียนอยู่มากมาย
เก่ง สวย ฉลาด..
จนบางทีก็ทำเอาหลงใหลได้ง่ายๆเหมือนกัน..... : )
(ออกไปตะโกนหน้าห้อง สาวแว่นสุดยอด...)
(ไม่ใช่ละ)
งานเลี้ยงทุกอย่างย่อมมีวันเลิกรา
แม้ว่าตอนงานเลี้ยงเริ่ม
คุณจะเผลอทำแก้วแตก
ทำเค้กล้ม
หรืออะไรก็แล้วแต่...
แต่สุดท้ายงานนี้ก็สนุกมากจริงๆ
สนุกมากจน... ไม่อยากให้มันจบ..
: )